6 มิ.ย.50

FRIENDLY MATCH : THAILAND VS NETHERLANDS

เริ่มจาก.. ตื่นแต่เช้า เลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีส้ม เตรียมตัวพักร้อน เพื่อไปตามหาหัวใจสีส้ม มีชีวิตการทำงานปกติ แต่เริ่มจะตื่นเต้นตอน 15.20 น. กับปัญหาเร้าใจต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาทำให้ไม่สามารถลางานได้อย่างที่ตั้งใจ

17.30 น. เซ็งกับเรื่องงานมาก บวกกับอารมณ์ผิดหวังไม่ได้ไปดูบอลจนทนอยู่ในออฟฟิศไม่ได้ รีบกลับบ้านทันที ถึงบ้านกินข้าวเย็นมื้อเล็ก ๆ ได้หนึ่งมื้อ

18.50 น. ตัดสินใจได้อีกที หลังจากที่ฟุ้งซ่านมานาน ออกจากบ้านไปใหม่ ดีกว่าไม่พยายามทำอะไรเลย มันต้องได้ดูซิน่า..

และแล้วก็ได้บัตรมา ดีใจสุดขีด (หน้าตายังสงบนิ่งอยู่.. อายุเริ่มเยอะ เลยต้องมีฟอร์มสักเล็กน้อย ^^") จากนั้นก็วิ่งสุดชีวิตเข้าไปในสนาม (เลิกเก็กดีกว่า)พอไปถึง.. โอว.. จองผิดที่ป่าวเนี่ย? มีแต่ชาวสีส้มเต็มไปหมด หัวดำ ๆ อย่างเรามีไม่ถึง 20 ชีวิต ถึงใจจะรักฮอลแลนด์แค่ไหน แต่เวลาดูในสนามมันต้องอยู่ฝั่งทีมชาติไทยนี่นา มันถึงจะสนุกเข้มเต็มอารมณ์

แล้วก็มองหา Van Basten.. เห็นแล้วล่ะ.. ในระยะไม่ใกล้ ไม่ไกล แล้วก็จ้องเกือบจะตลอดครึ่งแรก แทบจะไม่ได้ดูเกมส์ในสนามเลย พอฮอลแลนด์ยิงเข้า ก็ตบมือเปาะแปะ มีเฮเล็กน้อย ไม่กล้าลีลามาก

สิ่งที่ลืม.. คือลืมเอากล้องไป บ้าบอดีไหม? แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็ยังได้หายใจในอากาศเดียวกันล่ะน่า..

ครึ่งหลัง.. หลังจากที่ซิโก้ลงสนาม เกมส์เริ่มวูบวาบมากขึ้น เลยไม่ค่อยได้สนใจพี่โก้-Basten เท่าไหร่นัก กลับมาลุ้นเกมส์ในสนามแทน (บอกแล้ว.. ยังไง Subconscious ก็เชียร์คนไทย)ณ นาทีที่ตะวันยิงฟรีคิกเข้าไป.. ฉันก็กรี๊ดแบบลืมตัวลืมตายไปเลย..ในที่สุดเราก็ทำได้.. ยะฮู๊..แต่ก็ยังคงดื่มด่ำกับพี่โก้-Basten เป็นระยะ ๆ ได้เห็นดีกรีอาการกริ้วที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากที่นั่งพิง เหยียดขาอย่างสบายอารมณ์ ก็เริ่มลุกยืนบ่อยขึ้นเท้าสะเอวแบบกางปีก (ปกติจะเท้าสะเอวแบบสบาย ๆ) สุดท้ายขาเริ่มกระดิก หน้าเริ่มเหม็นเล็กน้อย กระหน่ำเปลี่ยนตัวผู้เล่นตลอดครึ่งหลังเฮียแกก็พยายามเก็บอาการน่าดูนะ แต่ก็ยังไม่พ้นสายตาของฉันอยู่ดี..

จบเกมส์.. ไม่ยอมลุกไปไหน รอชื่นชมพี่โก้-Basten จนวินาทีสุดท้าย พอพี่โก้พ้นจากสายตาปุ๊บ ฉันก็กลับบ้านปั๊บเหมือนกัน พอออกประตูมาได้ก็เจอรถบัสคันหนึ่ง ในใจคิด "ใช่ไหมหนอ?.. ไม่หรอกมั้ง..หิวอีกแล้ว.. กลับบ้านดีกว่า" เดินเลยออกมาอีก ก็เจอรถบัสอีกคัน สะดุดกับชื่อที่แปะหน้ารถ คิดอีก "เอ.. หรือว่าคันนี้หว่า?" (ยังไม่เลิกฟุ้งซ่าน) แล้วก็มองต่ำลงมาระดับสายตา "เฮ้ย.. ทำไมมีคนมายืนออ ๆ อยู่ฟะ?" คิดยังไม่ทันเสร็จ ขาก็ก้าวไปประชิดติดตัวพี่ Guards เสียแล้ว "เอาวะ.. ไม่ฮอลแลนด์ ก็พี่ไทยล่ะงานนี้" และแล้วความฟุ้งซ่านก็เป็นจริง สมาชิกทีมฮอลแลนด์เริ่มทยอยมาขึ้นรถทีละคน คอยซ์ตัวจริงแลดูน่ารัก ทำให้ฉันทำเป็นลืม ๆ ไอ้ที่เคยด่าไว้ก่อนหน้านี้, ไฮทิงก้า ก็ดูดี ขึ้นรถได้ก็โทรศัพท์ตลอด คนนี้ได้สบตากันด้วย (แว๊บนึง) พอจะนึกภาพคนแก่เขินกันออกไหม๋? นั่นละฉันเอง(เขาไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยหรอก ฉันเพ้อไปเอง)สุดท้ายจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากผู้ชายคนที่ฉันชื่นชม เขาเดินมาขึ้นรถด้วยความเร็วสูง ฉันถ่ายรูปเขามาได้แค่ช่วงลำคอเท่านั้นเอง (บ้าที่สุด) แต่ฉันถือว่าได้เห็นเขาในระยะใกล้เกินความคาดหมาย (แค่มีอีกหนึ่งคนคั่นกลางเท่านั้นเองนะ)

อืม.. ระหว่างรอ ฉันแอบคิดว่าจะแกล้งเป็นลมดี หรือแกล้งทำเป็นสะดุดล้มดีไหมหน๊อ? แต่แล้วก็นึกได้ว่า.. ถ้ามันไม่เป็นไปตามแผนล่ะ? แทนที่จะเป็นพี่โก้ให้ความช่วยเหลือ กลับกลายเป็นพี่ Guards ทั้ง 20 นายล่ะ จะทำยังไง? ฉันก็เลยต้องล้มเลิกแผนชั่วไปโดยปริยาย

เรื่องเหลือเชื่อ : แปลก 1.. ทำไมรถไม่ติดเลย ฉันถึงบ้านเร็วมาก ทั้งที่ระยะทางระหว่างที่ทำงานกับที่บ้านก็ไม่ใช่น้อยเลย

แปลก 2.. ซื้อบัตรได้อย่างง่ายดาย เกินความคาดหมาย ตอนที่ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้านั่น คาดว่าคงจะได้กลับบ้านมากกว่า เพราะจวนเจียนเวลาเต็มที

แปลก 3.. ความฟุ้งซ่านของฉัน ทำไมมันถึงเป็นความจริงไปได้ ปกติมันจะเป็นแค่ความฝันไม่ใช่หรือ?

Ps. ก่อนหน้านี้.. ฉันโม้กับเพื่อนและพี่ที่ทำงานว่า "ฉันจะไปตามหาหัวใจ" โดนโห่ฮิ้วไปหลายยก.. ฉันให้เหตุผลสุดแสนลิเกเข้าไว้ว่า "คุณเคยชื่นชมใครมาตลอดเกือบ 20 ปี หรือเปล่า (ยกเว้นพ่อกับแม่นะ) แล้วเขาคนนั้นก็ไม่ได้อยู่บนแผ่นดินผืนเดียวกับคุณ แต่วันนี้เขามาหาคุณ (เข้าข้างตัวเอง) ถึงที่นี่ ประเทศไทย แล้วคุณจะไม่ไปตามหาความฝันคุณหรอกหรือ?" ฮู้ย.. ฮา.. บ้าบอกันไปทั้งฝ่าย

เมื่อวาน.. ช่วงบ่ายแก่ ๆ ฉันจ๋อยมากไป ทำให้บรรยากาศมาคุเล็ก ๆ

วันนี้.. ฉันกลับมาเล่นลิเกอีกรอบ เรียกเสียงหัวเราะยามเช้าเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการสู้งานวันนี้.. (ที่ฝ่ายชอบลิเกที่ฉันเป็นคนเล่น)ฉันบอกว่า "ฉันได้ไปเจอหัวใจฉันแล้ว ได้ไปยืนบนผืนดินเดียวกันแถมฉันยังได้ 'ดม' เขาอีกต่างหาก.." (ฉันหื่นดีไหม๋?) คราวนี้ทั้งฝ่ายรุมเล่นงานฉันต่าง ๆ นานา หาว่าฉันไม่มีความเป็นกุลสตรีบ้างล่ะพาลว่าไปถึงพี่โก้อีกแน่ะ แต่ฉันรู้นะว่าพวกเนี้ยะ.. "ขี้อิจ'" ^__________________^,


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry