เรื่องฅนคน

posted on 29 Jun 2007 08:56 by miriin

วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันต้องมาทำงานเอง.. ฉันเลือกที่จะขึ้นรถเมล์ แล้วค่อยมาต่อรถไฟฟ้าอีกที

ตอนที่ขึ้นรถเมล์นั่นเอง.. ผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นไปก่อนแล้วเดินไปด้านหลังรถ ส่วนฉันขึ้นตามมาแล้วเดินมาทางด้านหน้ารถ ซึ่งที่นั่งมีว่างหน้าสุดอยู่ 1 ที่ เกือบจะเดินไปถึงอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นได้แสดงภาษากายที่หยาบกระด้างออกมา โดยการเดินกลับมาปาดหน้าฉันแล้วไปนั่งในที่ว่างตรงนั้นอย่างหน้าตาเฉย!!

ฉันมองด้วยความมึนงง คิดว่า.."อะไรของมันวะ" ฉันพยายามควบคุมอารมณ์ โดยที่ฉันก็ไม่รู้ตัวหรอกนะว่าฉันได้ลืมตัวเผลอขยับปากพึม ๆ พำ ๆ ออกไปบ้างหรือเปล่า? แต่ภาษากายของฉันก็คงจะดูแย่พอ ๆ กับผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน

มีน้องผู้ชายคนหนึ่ง.. ฉันคิดว่าเขาคงจะเห็นเหตุการณ์โดยตลอด รีบลุกให้ฉันนั่ง แต่ฉันก็เห็นแล้วล่ะว่าด้านหลังรถน่ะ มันมีที่ว่างอีกตั้ง 3 ที่ ฉันเลยโบกมือไม่ต้อง ไม่เป็นไรแล้วชี้ให้น้องเขาดูที่ว่างทั้งหลายนั่น ด้วยความที่ยังงงไม่หายฉันเลยลืมบอกคำขอบคุณน้องผู้ชายเขาไปเสียสนิท

ฉันนั่งรถดูผู้คนมาเรื่อย ๆ.. ผู้หญิงอีกคนก็รีบลุกให้คนแก่นั่ง เกือบจะพร้อม ๆ กับฉัน แต่เขาจูงชายแก่คนนั้นไปหาเขาได้ก่อนฉัน.. ต่อมาน้องผู้ชายคนเดิมก็ลุกให้เด็กผู้หญิงมอต้นนั่งอีก.. และแล้วก็ถึงทีของฉัน มีผู้หญิงแก่ขึ้นมาเหมือนกัน ฉันก็เลยได้สละที่นั่งให้เขา.. วันนี้ภาพของการแบ่งปันน้ำใจให้กันมีให้เห็นอีกตลอดการเดินทาง ซึ่งปัจจุบันฉันคิดว่าเป็นภาพที่หายากมาก ๆ

ฉันไม่เข้าใจผู้หญิงคนแรกที่ปาดหน้าฉันคนนั้นว่าทำไมต้องแก่งแย่งฉันซะขนาดนั้น กะอีแค่ที่นั่งในรถเมล์เนี่ยนะ!! ตอนแรกฉันนึกว่าไม่มีที่ว่างซะอีก คุณเธอถึงได้แสดงกิริยาแบบนั้นออกมา พอฉันเห็นว่าที่นั่งด้านหลังที่ว่างอยู่ ฉันก็พยายามมองว่ามันมีอะไรผิดปกติจนดูไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงหรือเปล่าหว่า? ถ้ายังไงฉันจะได้ลงไปเลย แล้วรอรถคันอื่นแทนแต่ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะนั่งไม่ได้ที่ตรงไหน นั่งมาตลอดทางก็ไม่เห็นเป็นไร พร้อม ๆ กับได้เห็นน้ำใจจากผู้คนมากมายบนรถ.. ฉันไม่อยากจะคิดต่อเลยว่าถ้าเป็นเรื่องอื่นที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องผู้หญิงคนนั้นจะแล้งไร้น้ำใจ และเพิ่มดีกรีการแข่งขันมากมายขนาดไหน? (ฉันเริ่มจะปีนบันไดทางความคิดอีกแล้ว..)

โชคดีที่ผู้หญิงคนนั้นดูดีน้อยกว่าฉัน.. (อันนี้ฉันมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง.. ไม่เคยมั่นใจอะไรได้เท่านี้มาก่อนในชีวิต) ฉันเลยเลือกที่จะไม่เอาทองไปถูกับกระเบื้องและพยายามไม่คิดแบบมาร ๆ ให้มันมากไปกว่านี้ ^^"

วันนี้.. ฉันเริ่มต้นวันได้ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ได้พบเห็นสิ่งดีดีจากการเดินทาง และได้รับสิ่งดีดีอีกเมื่อมาถึงที่ทำงาน ฉันแอบหวังว่าการทำงานในวันนี้จะราบรื่นเรียบสนิทได้ไหม๋น๊า??

ps. ฉันนึกถึงนิทานเรื่องหนึ่งซึ่งได้รับจากการ Fwd.mail เมื่อนานมาแล้วได้.. ฉันจะเอามาเตือนสติตัวเองอีกครั้ง..

นานมาแล้วมีพระราชาองค์หนึ่ง
พระราชาองค์นี้มีคนสนิทคนหนึ่งที่สนิทมาก และมักจะพาไปไหนมาไหนด้วยเสมอ แล้ววันหนึ่ง พระราชาก็ถูกหมาตัวหนึ่งกัดนิ้ว แผลฉกรรจ์มาก พระราชาจึงถามคนสนิทว่า นี่เป็นลางไม่ดีของพระองค์หรือเปล่า คนสนิทกลับตอบว่า " ดี หรือไม่ดี ยากที่จะบอก " และในที่สุด พระราชาก็ถูกตัดนิ้ว และพระราชาก็ถามคนสนิทอีกว่า นี่เป็นลางไม่ดีของพระองค์หรือเปล่า คนสนิทกลับตอบว่า " ดีหรือไม่ดียากที่จะบอก " พระราชาโกรธมาก เลยจับคนสนิทขังคุก

วันหนึ่ง พระราชาก็ได้เสด็จออกป่าล่าสัตว์ พระองค์ทรงตื่นเต้นมาก แล้วก็มุ่งเข้าไปในป่า ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เมื่อมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าพระองค์ได้หลงทางเสียแล้ว แต่ก่อนที่อะไรจะเลวร้ายไปกว่านั้น พระองค์ก็ได้พบกับชนเผ่าพื้นเมืองในป่าแห่งนั้น คนป่าพวกนั้นต้องการจับพระราชาไปบูชายัญ แต่พวกเขาก็พบว่าพระราชานิ้วขาด จึงรีบปลดปล่อยพระราชา เพราะเชื่อว่าพระราชาไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์ และไม่เหมาะที่จะนำไปบูชายัญ พระราชาจึงตัดสินใจกลับพระราชวังในที่สุด และสุดท้าย พระองค์ก็เข้าใจคำพูดของคนสนิทที่บอกว่า " ดีหรือ ไม่ดี ยากที่จะบอก " เพราะถ้าพระองค์มีนิ้วครบสมบูรณ์ พระองค์ต้องถูกคนป่าฆ่าอย่างแน่นอน พระราชาจึงสั่งปล่อยตัวคนสนิท และขอโทษเขา

แต่พระราชากลับประหลาดใจ เมื่อคนสนิทกลับไม่โกรธพระองค์เลย ในทางตรงข้ามเขากลับบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลยที่ท่านขังข้าไว้ ทำไมงั้นหรือ เพราะว่าถ้าพระองค์ไม่ขังข้าไว้ ข้าก็จะต้องตามท่านไปในป่า และในเมื่อท่านไม่เหมาะจะถูกบูชายัญ ข้าคงจะถูกนำไปบูชายัญแทนเป็นแน่ อีกครั้งกับคำที่ว่า ดี หรือไม่ดี ยากที่จะบอก เรื่องนี้อาจกล่าวได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่มีการสรุปได้อย่างแน่นอนว่า ดี หรือ ไม่ดี บางครั้งสิ่งที่ดีอาจจะกลายเป็นสิ่งที่เลวร้าย ในขณะที่สิ่งที่เลวร้ายอาจกลายเป็นดีได้

สิ่งดี ๆ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับเรา จงสนุกสนานกับมัน แต่อย่าไปยึดติดกับมัน จงคิดเสียว่า มันเป็นสิ่งที่มาสร้างความประหลาดใจให้กับชีวิตของคุณ อะไรต่าง ๆ ที่มันเลวร้ายซึ่งเกิดขึ้นกับคุณ ไม่จำเป็นต้องไปเศร้าเสียใจ ในตอนท้าย มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย

ถ้าพวกเราเข้าใจได้อย่างนี้ พวกเราจะพบว่า การใช้ชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย


ได้รับ Fwd.mail จากทีม LL เห็นว่าน่าสนใจดี เลยเอามาแปะไว้..

9 วิธีลดความร้อนในที่ทำงาน

ô ดับร้อนกับเพื่อนระดับใกล้เคียงกัน

ถ้าร้อนเพราะอากาศระอุชนิดเผลอนั่งอ้าปากแค่ 5 นาที น้ำลายอาจเดือดปุด ๆ แต่หน้าร้อนบ้านเราก็ยังทำให้เย็นด้วยการเปิดแอร์ แต่ถ้าออฟฟิศคุณร้อนเพราะอารมณ์คนขี้อิจฉาตาผะผ่าวระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกันเอง จะทำให้หายร้อนยังไง เรามีคำตอบมาให้แล้ว

1. คุยไว้ไม่เสียหลาย

คนเราถ้าสนิทกันแล้ว อะไร ๆ ก็พูดกันง่ายขึ้น ถ้ารู้สึกว่าในที่ทำงานคุณมีคนสร้างปัญหานั่งหายใจรวมกับชาวบ้านอยู่ เวลาว่าง ๆ คุณควรแวะไปเจ๊าะแจ๊ะกับพวกเขาบ้าง อาจจะเลือกหัวข้อเรื่องที่สามัญมนุษย์ทั่ว ๆ ไปชอบ เช่น เรื่องหนัง เพลง นักร้องก็ได้ เป็นการเริ่มบทสมานฉันท์กันไว้ก่อน แต่อย่าไปคาดหวังว่าครั้งเดียวพวกเขาจะซี้ปึ้กกับคุณเลย ถ้าบังเอิญพวกเขาเป็นเทวดามาเกิด ก็ต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าเทวดาจะลดตัวลงมาเป็นเพื่อนกับยาจกเช่นคุณ

2. ใช้คำพูดและน้ำเสียงนุ่มนวล

ถ้ารู้สึกว่าเพื่อนวางองค์งี่เง่าเกินกว่าจะทนรับไหว เช่น กินแรง อู้งาน เอาหน้า ช่างฟ้อง อย่าเข้าไปกระชากคอเสื้อ หรือสาดน้ำไล่ผีแบบในละครหลายช่องหลายสี เรื่องอย่างนี้มันต้องใช้ความเป็นสุภาพบุรุษกันหน่อย ก่อนจะเข้าไปคุยก็ควรจะ ครีเอทสร้างสรรค์บทพูดล่วงหน้าไปด้วย จะได้ตรงจุดตรงประเด็น ไม่ใช่อ้อมจากเมืองไทยไปพม่าจนหาทางกลับไม่เจอว่าตกลงชั้นจะพูดอะไรเนี่ย และควรจะทำน้ำเสียงให้มันระรื่นหูคนฟังด้วย สมานฉันท์นะจำไว้...สมานฉันท์

3. ควบคุมอารมณ์

ห้ามโกรธ ห้ามองค์เทพลงประทับ และห้ามผีเข้าเด็ดขาด ถึงเพื่อนจะกวนที่สวมรองเท้าจนเกินพรรณนา ก็อย่าลุกขึ้นมาร้องกรี๊ด ๆ เหมือนยายซิ้มโดนกระชากสร้อย อย่าใช้คำหยาบคายด่าว่าเขาเป็นตะกวด และอย่าเสียดสีประชดประชันประมาณ ก็ชั้นมันเอาหน้าไม่เก่งเหมือน......................นี่ อะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะมันจะทำให้พูดกันไม่รู้เรื่อง และทำให้ปัญหายิ่งใหญ่โตหนักไปกว่าเดิม ถึงจะโกรธจนสติขาดผึงไปหมดแล้ว แต่ยังไงก็พยายามควบคุมสัมปชัญญะหน่อย

4. เลือกสถานที่

ไม่ควรไปคุยกันในที่อโคจรประมาณห้องครัว ห้องน้ำหญิง (เข้าไปในนั้นคงไม่ได้คุยกันแล้ว ไปตบกันซะมากกว่า) หรือเล่นมุขผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ประมาณส่งจดหมายไม่ลงชื่อ หรือส่งอีเมล์เพราะมันเหมือนไม่จริงใจ ควรจะเข้าไปพูดกันแบบซึ่ง ๆ หน้าจะดีกว่า เพื่อนคุณจะได้เข้าใจจุดประสงค์ของคุณชัด ๆ ไปเลย จะแก้ตัวจะรับผิดจะได้ว่า ๆ กันไปให้จบเรื่อง

5. ถ้าเจอเพื่อนขี้บ่น

คนขี้บ่นก็ทำให้บรรยากาศเย็น ๆ ร้อนพรึ่บได้เหมือนกัน เช่น ลูกเกดไม่อยากจะว่าเลยนะ แต่ไปอบรมด้วยกันคราวนี้ นัทเค้ามาสายตั้ง 5 นาทีแน่ะ กระแตก็แต่งตัวโชว์อึ๋มเกินเหตุ ของลูกเกดอึ๋มกว่าตั้งเยอะลูกเกดยังไม่โชว์เลย ส่วนจอยไม่รู้เมื่อคืนมัวไปแดนซ์อยู่ที่ผับไหน ถึงมาหลับในเวลางาน มีลูกเกดตั้งใจฟังอยู่คนเดียว อืม... ตกลงหล่อนดีคนเดียวคนอื่นชั่วหมดเลยนะ ถ้าเจอคนแบบนี้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องเอางานเข้าชนทำตัวให้เข้าเห็นว่างานคุณยุ่งมาก ยุ่งโคตร ๆ ยุ่งยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต เจอไม้นี้เข้า จอมบ่นจะถอยกลับไป และจะค่อย ๆ เฉาปากสิ้นใจอย่างสงบไปเอง

6. หยุดนินทา

ยิ่งบรรยากาศร้อน เรื่องนินทาก็ยิ่งมาก อย่าเอาตัวเข้าไปเป็นหนึ่งของวงการนั้น มนุษย์ที่แสนดีอย่างเราต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและไม่ทำนิสัยโลว์ ๆ อย่างนั้น ถ้าคุณเป็นหนึ่งในขาเมาท์ คนที่ถูกนินทาเขาย่อมต้องไม่ชอบคุณ แล้วจะไปหวังให้ทำงานด้วยกันได้อย่างไร

ô ดับร้อนกับเจ้านาย

กับเพื่อนระดับเดียวกันถึงจะเถียงกันบ้างก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไปปีนเกลียวกับเจ้านาย อย่างนี้แถวที่ทำงานเค้าเรียกหมูวิ่งชนปังตอครับ แต่คุณก็ยังจะผ่อนคลายบรรยากาศให้เย็นลงได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

7. มองโลกในแง่ดี

ถูกนายเรียกไปคุยแค่ครั้งสองครั้งอย่าเพิ่งไปฟันธงลงมติว่านายใจยักษ์เกลียดขี้หน้าคุณ เพราะชั้นจอแบนไม่ตู้มอย่างคนอื่นเค้าละซี่ อย่าเพิ่งไปคิด ! คุณควรจะมองโลกในแง่บวกไว้ก่อน สำรวจตัวเองซิว่าเรามันพลาดจริงอย่างที่เค้าว่าหรือเปล่า มาสายจริงเปล่า ทำงานแย่จริงไหม ถ้าตรงไหนที่มันใช่ก็เปลี่ยนซะ ไม่มีคำว่าสายเกินไป

8. ทำการบ้านมาด้วย

เวลาจะเข้าไปรายงานเรื่องอะไรก็ตาม อย่าไปแบบเอ๋อ ๆ ไปตายเอาดาบหน้า ประเดี๋ยวจะได้ตายจริง ๆ ควรจะเตรียมตัวไปด้วยว่าจะพูดอะไร พูดยังไง และพูดยาวแค่ไหนนายถึงจะไม่รำคาญ ถ้านายถามจะได้ตอบถูก และควรจดประเด็นหลัก ๆ ไว้สัก 3-5 ข้อก็พอ ไม่ต้องชักเจ้าพระยามาทั้งสายให้น้ำ (ลาย) มันท่วมห้องซะงั้น

9. ระงับอารมณ์

ถ้านายว่าคุณในเรื่องที่ไร้สาระ หรือคุณไม่ผิดดันมาโบ้ยความผิดให้คุณ อย่าลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำเพราะหวังว่านายจะกลายเป็นพระเอกแนวตบจูบ ๆ เถียงกันอยู่แหม็บ ๆ ซีนต่อไปรักกันซะแล้ว ในชีวิตจริงขืนทำอย่างนั้นสถาบันวิจัยฝุ่นคงได้พนักงานเพิ่ม ถึงนายจะงี่เง่ามา พนักงานผู้น้อยอย่างเราก็ต้องใจเย็น อย่าเลือดเดือด อย่าขี้งอน ใจน้อย หรือบ่อน้ำตาตื้น พยายามใช้เหตุผลอธิบายความจริงไปทีละข้อ ถ้าเหตุผลของคุณฟังขึ้นรับรองว่าแป๊บเดียวเท่านั้น นายจะหยุดด่าแล้วรีบพุ่งกลับไปนั่งเย็บหน้าในห้องตัวเอง ชัวร์ปึ้ก

วันก่อน.. ฉันดูรายการ So You Think You Can Dance เป็นเกมส์อีกนั่นล่ะ แข่งกันเต้นระบำ ผู้ผลิตรายการ-Nigel ได้วิจารณ์นักเต้นผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นประโยคที่ฉันมักจะใช้กับตัวเองอยู่เสมอประมาณว่า "ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่โดดเด่นเลยซักอย่าง" ฉันเพิ่งจะรู้ว่าเป็นคำพูดของคนอังกฤษ.. ผู้หญิงคนนั้นเกือบจะตกรอบไปแล้ว แต่ Nigel ก็ยังให้โอกาสเธออยู่ พร้อมกับคำคาดคั้นให้ดึงเอาจุดเด่นของตัวเองออกมาใช้ให้ได้..

โอวววว.. ฉันเพิ่งจะรู้ถึงสถานการณ์ล่อแหลมของตัวเองนะเนี่ย ^^"

เมนูง่าย น่าทำ จำมาจากรายการ Destination Thailand

"แซลมอนพริกไทยกับสลัดถั่ว"

สิ่งที่ต้องเตรียม : - ปลาแซลมอน

- พริกไทยดำ

- พริกไทยขาว

- พริกไทยแดง

- ถั่วลันเตา

- ถั่วแขก

- ถั่วฝักยาว

- เม็ดถั่วลันเตา

- หอมแดง

- พาสลีย์อิตาลี

- เลมอน

- น้ำมันมะกอก

- เกลือ

วิธีทำ : เริ่มจาก.. นำพริกไทยดำ พริกไทยขาว พริกไทยแดง ในสัดส่วนเท่ากัน ใส่ลงไปในครก.. ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย.. ตำให้เข้ากัน.. ไม่ต้องละเอียดมาก พอเห็นเป็นเม็ด ๆ ขนาดกำลังดี..

นำปลาแซลมอนที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้าให้ทั่วทั้งชิ้น..

เรียบร้อยแล้ว.. ตั้งกระทะไว้ (แบบแบน ๆ นะ ไม่ใช่กระทะแบบใช้ทอดปลาเค็ม) ใช้น้ำมันมะกอก (ใส่นิดเดียวพอ) ทอดปลาที่คลุกไว้แล้ว

ระหว่างรอปลา.. หันมาทำสลัดถั่วกันดีกว่า

เริ่มจากหั่นถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฝักยาว แบบเฉียง ๆ ขนาดพอดีคำลงในภาชนะที่เตรียมไว้.. โรยเม็ดถั่วลันเตาลงไป.. หั่นหอมแดง แล้วโปรยลงไปให้มันกระจายออกเป็นชิ้น ๆ.. ตบท้ายด้วยใบพาสลีย์อิตาลีโรยหน้าลงไป หั่นเหมือนผักชีเดียะ.. บีบเลมอนลงไปประมาณ 2 ซีก ใส่น้ำมันมะกอกนิดหน่อย ตามด้วยเกลือเล็กน้อย (กะ ๆ เอาแล้วกัน) คลุกให้เข้ากัน..

ตักสลัดถั่วใส่จานที่ดูน่าทานที่เตรียมไว้..

หันมาอีกทีปลาสุกได้ที่แล้ว..ไม่ต้องให้ปลาสุกมาก ประมาณว่ากรอบนอกนุ่มในตักปลาใส่จานเช่นกัน..

นำเลมอนซีกที่เหลือมาโปะตกไปในจานอีกที.. เพื่อตกแต่งความสวยงามนะ อย่าเผลอบีบน้ำลงไปล่ะ..

เสร็จแล้ว.. ง่ายไหม๋?

อยากแนะนำ website น่าสนใจที่ได้มาจากรายการนี้ (อีกล่ะ)

www.elephantnaturepark.org

อันนี้น่าไปเที่ยว ไปฝึกเลี้ยงช้างกัน

กับอีกอัน..

www.bangkokdolls.com

ตุ๊กตาแบบไทย ๆ เผื่อจะแข่งกับ dollfie ของเกาหลีได้ ^_____________^,